เพิ่งทำ [TAG] เป็นครั้งแรกเลยค่ะ รับ [TAG] นี้มาจากต่ายและเอยนะคะ
[TAG] ความจริง 30 ข้อของ SHIZUKU
กติกา: ให้เขียนความจริงเกี่ยวกับตัวเองมาจำนวน 22+8 ข้อ (ตอนแรกมันแค่ 22 ข้อ แต่เราเขียนไปเขียนมาได้ 30 ข้อค่ะ
)
1. อันที่จริงเราเชื้อจีนมากกว่าไทย
(งงไหมคะ คือ ทางสายพ่อ ปู่เราเป็นคนไทย ย่าเราเป็นจีนแต้จิ๋ว ส่วนทางสายแม่ อากงกับอาม่าเราเป็นคนจีนกวางตุ้ง)
เท่ากับว่าเราเป็นลูกจีนเสี้ยวไทยด้วยซ้ำ แต่กลับแทบไม่รู้ภาษาจีนเลย ผ่าไปเรียนภาษาญี่ปุ่นมาใช้ทำมาหากินซะได้
2. เราสายตาสั้นมาตั้งแต่ ป.2
ด้วยความที่ชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นของลูกพี่ลูกน้องตั้งแต่เด็ก ๆ ผสมกับแอบอ่านนวนิยายไทยจากตู้หนังสือของแม่ (ไม่ให้แม่รู้ 55+) ก็เลยทำให้สายตาเสียไปโดยไม่รู้ตัว
ตอนที่เริ่มสั้นใหม่ ๆ ยังคิดแค่ว่า "เอ... ทำไมมองกระดานไม่ชัดหว่า..." ถามแม่ แม่เลยจัดแจงไปวัดสายตา ตัดแว่นเสร็จสรรพ ก็เลยกลายเป็นหนูแว่นตั้งแต่ประถมทีเดียว 555+
3. เราชอบนั่งเรียนหนังสือหน้าห้อง
สืบเนื่องจากข้อ 2 ทำให้เราติดนิสัยกับการนั่งหน้าห้อง (เพราะกลัวมองไม่เห็น) แต่ตอนหลังกลับถูกเพื่อนมองว่าเป็น "เด็กเรียน" ไปซะงั้น (ผลพลอยได้หรือนี่??)
ป.ล. แปลกแต่จริงนะคะ การเรียนหน้าห้องทำให้ผลการเรียนดีขึ้นนะ (ไม่กล้าคุัยกับเพื่อนไงล่ะ)
4. เราเคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 2 ครั้ง (และคิดว่าคงไม่เปลี่ยนอีกแล้วล่ะ)
เราเคยเปลี่ยนชื่อตอนจบประถมขึ้นเรียนมัธยม 1 ครั้ง ตอนจบม. 6 อีกหนึ่งครั้ง รวมแล้ว ในชีวิตนี้เราเคยมีชื่อจริง 3 ชื่อค่ะ แล้วก็เป็นเรื่องแปลกที่เราปลงแล้ว ก็คือ ชื่อจริงแต่ละชื่อของเรา จะต้องเคยถูกเรียกผิด หรือสะกดผิดทุกครั้งไป (ไม่รู้ทำเวรทำกรรมอะไรกับชื่อคนอื่น ชื่อเราถึงถูกเรียกผิดเรียกถูกยังงี้
)
5. เราเป็นพี่คนโต และมีน้องอีก 2 คน
เราคนโตชื่อ "พลอย" น้องอีกสองคน ชื่อ "มุก" กับ "เพชร" แม่ก็ช่างใจดีตั้งชื่อให้เราสามพี่น้องร่ำรวยกันจริง ๆ
6. เราชอบอ่านหนังสือมาก ส่วนใหญ่จะเป็นนวนิยาย การ์ตูน (ทั้งแนวปกติและยาโอย)
ซึ่งการที่เราชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นมากเนี่ยแหละ ทำให้เราอยากเรียนภาษาญี่ปุ่น
7. เราเิริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นตอนเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เหตุผลเพราะโรงเรียนตอนม.ปลาย ไม่มีสายภาษาญี่ปุ่นเลยไฟต์ให้ได้เรียนตอนมหาวิทยาลัยแทน
แต่ถึงเรียนมาตั้ง 4 ปี ก็ยังรู้ตัวเลยว่ายังไม่เก่ง ต้องเรียนรู้อีกเยอะ รู้สึกว่าไม่อยากจบแต่ก็ต้องจบซะแล้ว
หลังจากจบมาก็มาทำงานที่ใช้ภาษาญี่ปุ่น ชีวิตนี้คงจะพัวพันอยู่กับภาษานี้แหละนะ
8. เราเคยเรียนกอล์ฟ
โรงเรียนที่เราเรียนตอนมัธยม (ทั้งต้นและปลาย) ตั้งอยู่ในสนามกอล์ฟ (ลึกเข้าไป 5 กม.)
เพราะฉะนั้น วิชาพลศึกษาของโรงเรียน จะมีให้เรียนกอล์ฟด้วย อย่างน้อย 1 เทอม (แต่เราก็ลืมไปหมดแล้วล่ะนะ ไม่ได้เล่นมานานจัด)
9. เรามาทำกิจกรรมจริงจังตอนอยู่มหาวิทยาลัย โดยอยู่ชมรมสันทนาการ
กิจกรรมที่ทำ มีตั้งแต่ร้องเล่นเต้นรำ แล้วก็มีการไปทำค่ายเยาวชนซึ่งส่วนใหญ่ไปตามต่างจังหวัด เราเป็นเด็กกรุงเทพฯ ก็ได้ไปเปิดหูเปิดตาด้วยวิธีนี้แหละ จังหวัดที่ไปก็มีทั้งขอนแก่น อยุธยา ราชบุรี พัทลุง ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ฯลฯ
10. เราเคยไปญี่ปุ่น 1 ครั้ง
ได้ไปเพราะที่เอก (ญี่ปุ่น) มีโครงการโฮมสเตย์ (เสียค่าใช้จ่าย แต่ถูกกว่าไปเอง) เลยได้ไปโฮมสเตย์ที่เมืองฮาจิมันไต จ. อิวาิเตะ มา 11 วัน ได้เที่ยวโตเกียวอีก 2 วัน (ไปคิโนะฯ ที่้ชินจูกุมา ใหญ่มโหฬารมาก ตั้ง 8 ชั้น)
ถึงจะได้ไปอยู่แค่ไม่กี่วัน แต่ก็เป็นความทรงจำดี ๆ ในชีวิตนะ
11. เราเคยรับทุนมา 2 ครั้ง (ได้แต่เงินนะคะ ไม่ได้ไปญี่ปุ่น)
ตอนปี 3 ได้ทุน Dr. Machida ตอนปี 4 ได้ทุนของ Mitsubishi UFJ Foundation ค่ะ
12. เราเป็นคนที่ความรับผิดชอบค่อนข้างสูง
คือ รับปากใครแล้ว ต้องพยายามทำให้ได้ก่อน ถึงที่สุดถ้าทำไม่ได้ค่อยว่ากัน
13. เราเป็นคนที่ทำอะไรซ้ำ ๆ ได้นาน
แบบกินอะไรซ้ำ ๆ แต่งตัวซ้ำ ๆ ทำงานซ้ำ ๆ พูดง่าย ๆ คือ ขี้เกียจครีเอทอะไรใหม่ ๆ นั่นเอง
14. เราเป็นคนที่ผลาญเงินไปกับหนังสือมากกว่าการแต่งตัว
แต่หลัง ๆ ก็มีซื้อเครื่องสำอางบ้างนะ (แต่นั่นคือ โคตรนาน ๆ ที)
15. เราเป็นคนขี้ลืม และจำหน้าคนไม่เก่ง
เพราะฉะันั้น จะติดนิสัยเป็นคนย้ำคิดย้ำทำ และชอบจดทุกสิ่งทุกอย่าง (เพื่อกันลืม)
16. เราชอบวาดการ์ตูนผู้หญิง
แรก ๆ ก็วาดเป็นงานอดิเรก (วาดเส้นดินสอนะคะ ตัดปากกาไม่เป็น) แต่หลัง ๆ มักจะวาดตอนเครียด ๆ เช่น ก่อนสอบ (สมัยเรียนมหาลัย) หรือเครียดกับงาน ซึ่งน่าแปลกว่า หากเราวาดอะไรบนเศษกระดาษเน่า ๆ มักจะออกมาดูดีกว่าตอนที่เราวาดลงกระดาษดี ๆ เสมอเลย แล้ววาดแต่ละที ก็ให้ชาวบ้านเขาไปหมด ไม่เคยเก็บไว้เลย
17. เราแปลการ์ตูนผู้หญิง
จากบล็อกก่อน ๆ หากท่านตามอ่านมานะคะ จะทราบว่าตอนนี้เรากำลังเรียนรู้งานประจำอยู่ แต่ยังไงก็ไม่ทิ้งการแปลการ์ตูนแน่นอนค่ะ เพราะอาชีพนี้เป็นความฝันเราตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วกับแค่ได้งานประจำ ทำไมเราจะต้องทิ้งความฝันด้วยจริงไหมคะ (จะพยายามถึงเฮือกสุดท้ายแหละค่ะ) ตอนนี้แปลได้ 7 เล่มแล้ว และคงแปลต่อ ๆ ไป
18. เราเป็นคนพูดเสียงดัง
อันนี้เป็นนิสัยจริง ๆ เพราะบ้านเราเสียงดังกันทั้งบ้าน เวลาอยู่กับเพื่อนเลยชอบเสียงดังโหวกเหวกโดยไม่รู้ตัว
19. เราไม่เคยป่วย หรือเจออุบัติเหตุร้ายแรง
เรื่องป่วย ครั้งสุดท้ายที่เป็น คือ เป็นไข้เลือดออกตอนป. 3 อันนั้นเป็นเกือบตาย เพราะมีโรคอาหารเป็นพิษแทรกซ้อนด้วย
ส่วนอุบัติเหตุ ถ้าไม่ติดแนวซุ่มซ่ามเพราะเดิืนชนนู่นชนนี่เองแล้ว ก็ไม่เจออะไรที่ต้องเข้ารพ.ค่ะ
20. เราเชื่อในกรรม เชื่อในชาติภพ แต่ไม่งมงาย
21. เรารักษาเวลามาก
นัดกันแล้ว คนอื่นจะมาสาย เราไม่ว่า แต่เราจะไม่เป็นคนที่มาสายซะเอง ถ้าตนเองเผอิญสายจะรู้สึกผิดมาก ๆ
22. เราชอบกินขนมหวานมาก
โดยเฉพาะพวกขนมฝรั่ง จะชอบมาก แล้วก็ไม่ค่อยชอบกินผัก ทำให้หุ่นยังสมบูรณ์แบบนี้ไม่ยอมลดซะที 55+
23. เราเป็นคนความรู้สึกช้า
คือ คนอื่นเขาทำอะไรกันไปแล้ว คุยกันเสร็จแ้ล้ว บางทีเราเพิ่งมาถามว่าทำอะไรกัน
หรือข่าวสารซุบซิบ เราก็ไม่เคยรู้ก่อนชาวบ้านหรอกนะ เพื่อน ๆ บอกว่า "สมกะเป็นกรุ๊ปบีจริง ๆ "
24. เราเป็นคนกรุ๊ปบี ที่นิสัยส่วนใหญ่ละม้ายกรุ๊ปเอ
นอกเหนือจากขี้ลืม ความรู้สึกช้าแล้ว ส่วนอื่น ๆ จะคล้ายกรุ๊ปเอมากกว่าค่ะ เช่น เจ้าระเบียบ ตรงต่อเวลา ฯลฯ
25. นิสัยตอนอยู่ที่บ้านกับที่ข้างนอกบ้าน จะคนละอย่างกัน
อยู่ในบ้านจะสบาย ๆ ไม่ค่อยมีระเบียบเท่าไร แต่พอออกนอกบ้าน ไปอยู่ที่ทำงานแล้ว ทุกอย่างต้องเป็นระเบียบ ต้องอยู่ในที่ทางของมัน งานต้องออกมาดี ฯลฯ เหมือนกับมีสองภาคในตัวเองค่ะ
26. เราเป็นคนโลว์เทคมาก ๆ
คือ เรื่องเทคโนโลยีนี่ต้องใช้ความพยายามในการเรียนรู้สูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เพราะทำยังไง้ยังไงก็ไม่ค่อยเข้าหัวเท่าไร เป็นประเภทต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเองค่ะ
27. เราชอบถ่ายรูป
เพราะการถ่ายรูปสามารถเก็บภาพความทรงจำดี ๆ ชั่วขณะหนึ่งในชีวิตไว้ให้เรารำลึกถึงภายหลังได้
28. เราแคร์ความรู้สึกของคนอื่น
บางทีก็แคร์มากกว่าความรู้สึกของตัวเอง (กำลังปรับให้แคร์ตัวเองมากขึ้น)
29. เรามักจะ Positive Thinking เพื่อให้ตัวเองสบายใจและชีิวิตมีความสุข
30. เราเชื่อเสมอว่า "ปัญหา" ทุกอย่างมีทางแก้ เพียงแต่เราต้องหามันให้เจอ
[TAG] ต่อ เอาเป็นคนที่ยังไม่ได้ทำ [TAG] นี้นะคะ
วันนี้ได้หยุดวันแม่ กะว่าจะซื้อของเซอร์ไพรส์แม่ค่ะ (ฮั้วกับน้อง ๆ ไว้แล้วล่ะ)
ส่วนพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันรับปริญญาแล้ว
ตื่นเต้นมาก ๆ ค่ะ พรุ่งนี้ก็จะได้ใบปริญญามากอดแล้วแฮะ (จบชีวิตเด็กมหาลัยอย่างสมบูรณ์)
คณะเรารับช่วงบ่าย กว่าจะเสร็จก็คงเย็น ๆ ค่ำ ๆ ...
โชคดีที่ช่วงนี้ บริษัทของเราหยุดยาวติดกันพอดี เลยได้พักผ่อนไปในตัวก่อนจะไปไฟต์กับงานต่อไปค่ะ
สำหรับเพื่อน ๆ ที่มาร่วมยินดีเมื่อวันที่ 9 ต้องขอบคุณมาก ๆ เพราะอุตส่าห์ฝ่ารถติดฝ่าคนมาหาถึงที่
ซึ้งใจจริง ๆ ...
ของทุกอย่างที่ให้มาจะเก็บอย่างดีเลย
แล้วเจอกันในเอนทรี่ต่อไปค่ะ
ป.ล. [TAG] นี้เขียนยาวจริง ๆ แฮะ