เมื่อวานได้ไปเจอเพื่อนเก่า เพื่อนคนนี้เคยเป็น Make up Artist ให้กับหลายแบรนด์ เราก็เลยจับตัวมาให้แนะนำเรื่องเครื่องสำอางซะเลย 55

 

จะว่าไป ... หลังเริ่มมาเป็นมนุษย์กินเงินเดือน เราเริ่มอยากจะดูแลตัวเองมากขึ้นอีกนิดหนึ่ง

คือ ตัวเราเนี่ย จะเป็นอารมณ์แบบว่า.... ปกติจะไม่เคยแต่งตัวเลย หน้าก็แค่ล้างโฟม ครีึมก็แบบ... อันไหนก็เหมือนกันแหละ แพงสุดที่เคยใช้ (สมัยเรียน) คือ อีฟโรเช่ ซื้อมาแล้วก็ทามั่งไม่ทามั่ง เสื้อที่ใส่ไปเรียนน่ะเหรอ ก็แนวเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ส่วนกระโปรงน่ะเหรอ เฮอะ นอกจากกระโปรงสอบหรือพลีทเนี่ย ไม่เคยแตะ (ปกติชอบซุ่มซ่าม ไม่อยากใส่กระโปรงให้เสียเซลฟ์)

 

แต่ทีนี้ ไหน ๆ ก็เรียนจบแล้ว ทำงานแล้ว ก็เลยอยากจะทำตัวให้ดูดีกับเขามั่ง อย่างน้อยให้ (หนัง) หน้าดูมีสิวน้อยลง มันน้อยลงก็ยังดีนะ 555

 

ด้วยเหตุฉะนี้ ก็เลยตัดสินใจแบ่งเงินจำนวนหนึ่งมาใช้ซื้อพวกบำรุงผิวกับเครื่องสำอางมากขึ้น

อย่างเมื่อวาน ก็นัดเพื่อนให้ไปดูด้วยกัน ตระเวนดูตั้งแต่โลตัส บางกะปิ จนไปจบที่เดอะมอลล์ บางกะปิ 

 

ที่ไปโลตัส เพราะว่าเราอยากไปซื้อพวกครีม, โลชั่นของ Cute Press ตอนนี้มันมีโปรโมชั่นแบบคุ้ม ๆ อยู่น่ะ แบบซื้อ 599 จ่ายแค่ 299 (เราใช้โปรนี้) หรือซื้อ 799 จ่าย 399 เป็นต้น (เป็นโปรที่รับวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 ระยะเวลาแค่ 9 วันเท่านั้น) เราก็เลยลากเพื่อนไปช่วยดูซะเลย แต่ที่ซื้อมาก็แบบพวกครีม โลชั่น น้ำแร่ ก็คุ้มดี เพราะซื้อครั้งนี้ คงไม่ต้องซื้ออีกนาน (กลัวใช้ไม่หมดด้วยซ้ำ)

 

ทีนี้ ก็ไปต่อกันที่เดอะมอลล์ ไปดูพวกสกินแคร์ที่ Beauty Hall จะบอกว่า... แต่ก่อนเราไม่เคยกล้าเฉียดกรายมาตรงนี้เลย กลัว BA 55 ช่างพูดช่างเจรจาจนเงินจะบินออกจากกระเป๋าง่าย ๆ ครั้งนี้เราไปดู 3 แบรนด์

1. Laneige (ลาเนจ) ไปดูพวกโฟมกับครีมบำรุง (อันนี้แค่ลองเทสติ้ง ไม่ได้ซื้อ เพราะจะฝากเพื่อนซื้อ ได้ลด 40%) พอลองครีมเสร็จ ก็ประทับใจนะ เลยว่าจะลองใช้ดู

2. Clinique เพื่อนเราแนะนำโทนเนอร์ ราคาสุทธิ 1,200 บาท แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหม ก็ถือว่าคุ้มนะ เพราะขนาดขวดโคตรบิ๊ก แบบเหมือนซื้อโทนเนอร์ปกติ 3 ขวด (ประมาณ 460 ml.) ซื้อทีใช้ได้เกือบปี ก็เลยไปลองก่อนว่าแพ้หรือเปล่า ซึ่งปรากฏว่าไม่แพ้แฮะ เลยคิดว่าจะซื้อตัวนี้สิ้นเดือน 

3. Arty อันนี้ไปดูแป้งพัฟ (ตัวที่ใช้อยู่ใกล้หมดแล้ว เลยอยากลองของใหม่) BA ก็เชียร์แป้งราคาพันสองสุดฤทธิ์ ปัดให้ด้วย 55 แต่เรามาดูอีกตัวที่ราคาย่อมเยากว่า (เพราะไม่ได้อยากโบ๊ะขนาดนั้น เอาแค่คุมมัน) ก็เลยบอก BA ว่าเดี๋ยวค่อยมาซื้อนะคะ แล้วก็ปลีกตัวมา เพราะไม่งั้น เงินได้ออกจากกระเป๋ามากกว่าที่คิดแน่ ๆ ไม่อยากเสี่ยง 555 เอาไว้ซื้อสิ้นเดือนเหมือนกัน

 

สรุป List เครื่องสำอางที่จะซื้อสิ้นเดือน

- Clinique โทนเนอร์ 1,200 บาท

- Arty แป้งพัฟ 590 บาท

 

แค่นี้ ก็กรอบตั้งแต่ต้นเดือนแล้วล่ะมั้งเนี่ย 555

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แวะมาเยี่ยมน้องใหม่ไฟแรง ค่ะ

#1 By Nooplemonic on 2009-09-13 14:50

คนทำงานแล้วก็งี้แหละ ต้องสวยกันหน่อย หุหุ open-mounthed smile

ส่วนเรา เรื่องบำรุงนี่ขี้เกียจจริงๆ นะ
สงสัยต่อมรักสวยรักงามคงอยู่ลึกเกิน sad smile
พลอยก็ไม่เห็นเป็นสิวเลยเหอะ

คิดในแง่ดี มีเงินให้เสียยังดีกว่าไม่มีเงินให้เสีย

#3 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-09-13 21:21

เราำทำงานมาก็ไม่ได้แต่งหน้าเลย ไม่ก็ ทากันแดด ทาแป้ง ทาลิป จบ

เพราะเข้าไปในโรงงาน ก็ออกหมด

ไว้ถ้า เจ้าของบริษัทให้เราแต่งหน้า เราจะมาถามพลอยนะ
ตอนนี้เราก็ไม่แต่ง แต่งไม่เป็น sad smile

ยังไงเรื่องงานก็สุ้ๆ เน้อ คิดถึงจัง

#4 By 『 マーォ ハハ 』 on 2009-09-13 21:50

เหมือนเราเลยค่ะ เมื่อก่อนไม่รู้จักหรอก แต่งหน้ากับบำรุงผิวเนี่ย แต่พอถึงวัย(แก่)แล้วเลยค่อยๆสนใจ จนตอนนี้เอ็นจอยกับการดูคสอ.ซะแล้วค่ะ

แอบบอกหน่อยว่า พวกแบรนด์ต่างประเทศอย่างของเกาหลีเนี่ย ที่หิ้วๆกันมาขายในเนทมันถูกกว่าราคาห้าง/เคาน์เตอร์กว่าครึ่งเลยค่ะ ถ้าสนใจอยากหาซื้อ ก็ลองเซิร์ชเอาราคามาเปรียบเทียบกันเยอะๆ ส่วนเรื่องของปลอม ก็ต้องเลือกเจ้าที่ไว้ใจได้ อย่างเช่นเช็คดูฟีดแบ็กจากลูกค้าว่าเป็นไงมั่ง น่าเชื่อถือดีมั้ย ขายแต่ของแท้ใช่รึเปล่า รับผิดชอบในการส่งของโอเครึเปล่า อะไรแบบนี้น่ะค่ะ
ส่วนตัวไม่เคยซื้อแบรนด์ตปท.จากเคาน์เตอร์เลย ขูดรีดราคาเกิน หาสั่งซื้อเอาตลอด แหะๆๆ
ไม่ได้มีส่วนได้เสียหรือเป็นหน้าม้าของร้านไหนนะคะ แค่ลองมาบอกวิธีประหยัดตังค์ให้ฟังดู
อย่างตัวเราเองนี่ก็ยังจนอยู่เลยค่ะ งานประจำก็ไว้รอหาทำหลังจากจบป.โทนี่ก่อนsad smile

สนใจจะไปทำงานแปลภาษาญี่ปุ่นเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ทำของไพเรทไปพลางๆก่อน เอิ้ก
สู้ๆนะคะ ขอให้งานการรุ่งๆdouble wink

#5 By Reiko-Lion on 2009-10-14 06:29