การเขียนเอนทรี่นี้ได้แรงบันดาลใจจากอาจารย์ที่สอนคอร์สติวระดับหนึ่งเมื่อวานค่ะ
 
พอดีเรียนเรื่องคำศัพท์ตัวหนึ่งที่แสดงกิริยาท่าทาง (様子) คือ คำว่า [きざ]
= 服装や言動がオーバーで見てて不快を感じる。
แปลเป็นไทยตรง ๆ คงยากค่ะ แต่ประมาณว่า เวลาผู้หญิงเห็นคำพูดหรือเสื้อผ้าแนวที่ตัวเองไม่พึงใจจากผู้ชาย (ประมาณว่า "เสี่ยว", "เห่ย", "โอเวอร์เกินรับไหว" ?) ก็รู้สึกไม่ชอบแบบยี้ขึ้นมาน่ะค่ะ 
 
เช่น
 
『そこの彼女、君の瞳、まぶしいね?』なんてきざなセリフで声をかけたバカな男ってあなたのお兄さんなの?
= ผู้ชายบ๊อง ๆ ที่พูดประโยคเสี่ยว ๆ อย่าง "ผู้หญิงตรงนั้นน่ะ นัยน์ตาของเธอช่างเจิดจ้าจริง ๆ" น่ะ เป็นพี่ชายของเธอเหรอ?
 
แต่อารมณ์ [きざ] ของผู้หญิงแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกันค่ะ ขึ้นอยู่กับค่านิยมของแต่ละคน บางคนว่าโอเวอร์ แต่บางคนอาจจะบอกว่าสวยก็ได้ แต่คำนี้จะผู้ชายจะไม่ใช้กับผู้หญิงค่ะ
 
ที่น่าสนใจ คือ ในอีกด้านหนึ่ง ไอ้คำว่า [きざ] เนี่ย มันแสดงออกถึงความอิจฉาภายในของผู้พูดก็ได้ค่ะ
อาจารย์เขียนอธิบายคำนี้ไว้เพิ่มเติมว่า
 
* 他人が自分よりすぐれている服装や言動に接したときに感じる 『不快感』。
すぐれていることを美的ではなく意図的に感じている。
日本文化には自分よりすぐれているように見えるものに嫉妬して、うらやんだりする視点がある。
 
=เวลาคนอื่นได้พูดหรือใส่เสื้อผ้าที่ดีเลิศหรือยอดเยี่ยมกว่าตนเอง ก็จะรู้สึก "ไม่พึงพอใจ" ขึ้นมาแล้วก็จะรู้สึกในเชิงเจตนาที่ต้องการสื่อมากกว่าที่จะเป็นเชิงความงดงามของสิ่งนั้น ๆ
  เพราะสำหรับวัฒนธรรมญี่ปุ่นแล้ว เวลาได้เห็นความยอดเยี่ยมของผู้อื่นที่เหนือกว่าตนเองแล้วล่ะก็ จะเกิดมุมมองที่อิจฉาริษยาขึ้นมาทันที
 
พวกเราในห้องก็เลยถามอาจารย์ขึ้นมาว่า "คนญี่ปุ่นมีแนวโน้มเป็นแบบนี้เหมือนกันเลยเหรอคะ?"
อาจารย์ตอบว่า "ใช่แล้ว สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วจะมีแนวโน้มเป็นเหมือนกันหมด แต่จะมีมากหรือน้อยเท่านั้น"
 
คราวนี้ ทุกคนเลยถามเป็นเสียงเดียวกันว่า "ทำไมล่ะคะ/ครับ?" อาจารย์เลยเม้าท์ให้ฟังยาวเลยค่ะ แล้วมีประเด็นที่น่าสนใจด้วย พลอยเลยเก็บ ๆ มาแชร์ให้อ่านละกันนะ (ขออภัยที่เกริ่นยาว ฮา)
 
อาจารย์เปิดประเด็นแรกเลยว่า
 
"เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะ คนญี่ปุ่นเป็นคนในเกาะ (島国)ยังไงล่ะ"
 
เมื่อเห็นพวกเราทำหน้างง ๆ ก็ถามพวกเราว่า "ขนาดพื้นที่ประเทศ ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ที่ไหนใหญ่กว่ากัน?"
 
นักเรียน: ไทยครับ/ค่ะ (ไทย: 513,115 ตร.กม. --- ญี่ปุ่น: 377,930 ตร.กม. (อ้างจากวิกิพีเดีย))
 
อาจารย์: แล้วประชากรของประเทศไหนเยอะกว่ากัน?
 
นักเรียน: ญี่ปุ่นครับ/ค่ะ (ไทย: ประมาณ 66 ล้านคน  --- ญี่ปุ่น: ประมาณ 128 ล้านคน (อ้างจากวิกิพีเดีย))
 
อาจารย์: แล้วรู้ไหมว่า พื้นที่ทั้งหมดที่ญี่ปุ่นมีอยู่น่ะ 70% เป็นภูเขานะ ไปอยู่อาศัยไม่ได้ คนต้องอยู่ในพื้นที่ 30% ที่เหลือ
 
นักเรียน: เริ่มนึกภาพแล้วก็... Foot in mouth
 
อาจารย์:
เริ่มนึกภาพออกแล้วใช่ไหม? เพราะฉะนั้น ด้วยสภาพพื้นที่บังคับ คนญี่ปุ่นจึงต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เป็นพวกพ้อง การทำอะไร "เหมือน ๆ กัน" ทำให้เกิดความอุ่นใจ เพราะจะได้ "ไม่แปลกแยก" จากคนอื่น หากใครแปลกแยกขึ้นมาคนในสังคมเดียวกันก็จะ "ไม่ยอมรับ" ทันที ถึงขั้นที่ว่า แม้กระทั่งคนพิการแขนขาขาด หรือคนท้อง ที่สภาพร่างกายไม่เหมือนคนอื่น ก็จะอยู่ที่บ้านมากกว่าออกไปไหนมาไหนข้างนอก 
 
แล้วเวลา "มีปัญหา" กับคนในกลุ่มยังไง ก็ "หนีไม่ได้" ถ้าเป็นคนไทยล่ะก็ มีเรื่องกันก็หาเรื่องย้ายบ้านไปได้ใช่ไหม? แต่ที่ญี่ปุ่น จะให้หนีหรือย้ายไปที่ไหนล่ะ? อย่าลืมว่า 70% เป็นพื้นที่ภูเขานะ? ก็ต้องอดทนอยู่ที่เดิมนั่นล่ะ
 
คนญี่ปุ่นเลยกลัว "การถูกรังเกียจ" ที่สุด
 
เพราะความคิดที่ว่า "จะไม่ยอมรับคนที่แตกต่างจากตัวเอง 〈異質〉" เลยนำไปสู่ปัญหาการรังแก อาชญากรรม และการฆ่าตัวตายในที่สุดไงล่ะ
 
นอกจากนี้ ประเทศไทยน่ะเป็นเมืองร้อน มีพืชผักผลไม้กินตลอดปี คิดแล้วผลิตอาหารในประเทศได้ถึง 200% เชียวนะ ไม่คิดว่าสุดยอดเหรอ? ที่ญี่ปุ่นน่ะ ผลิตเองได้แค่ 30% ที่เหลือต้องนำเข้าจากต่างชาติ ถ้าต่างชาติบอยคอต "ญี่ปุ่นเท่ากับว่าอดตายเชียวนะ" เพราะเท่ากับว่าจะมีคนที่กินข้าวได้แค่ 30% ส่วน 70% ที่เหลือต้องอดตาย นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวอีก
 
"ญี่ปุ่นเลยเป็นสังคมแห่งการเอาตัวรอด"
 
แล้วที่ไทยน่ะ ขอทานมีอยู่ทั่วไปแต่ก็ไม่อดตายใช่ไหม? เพราะฉะนั้น ที่ไทยน่ะ "ไม่ทำงานก็ไม่ตาย 「働かなくても死なない」" แต่ที่ญี่ปุ่นน่ะไม่เหมือนกันนะ ทุกคนมีแนวคิดที่ว่า "ไม่ทำงานก็คือตาย 「働かなかったら死ぬ」" ฉะนั้น ถ้าใครมาขอทานล่ะก็ จะไม่มีใครให้แถมยังไล่เตะอีกต่างหาก
 
พูดถึงตรงนี้ก็จบชั่วโมงเรียนพอดีค่ะ อาจารย์จบด้วยประเด็นที่ว่า
 
"วัฒนธรรมญี่ปุ่นลักษณะนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นมาไม่กี่ปี แต่หล่อหลอมคนญี่ปุ่นมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว"
 
อันที่จริง ฟังที่อาจารย์พูดแล้ว พลอยก็รู้สึกเก็ตมากขึ้นค่ะ ว่า "ทำไม" คนญี่ปุ่นถึงมีบุคลิกลักษณะแบบนี้
ไว้ถ้าเจอประเด็นแนวนี้ก็จะมาเล่าให้ฟังอีกละกันนะคะ
 
แต่ตอนนี้ขอจบเหมือนกันด้วยประโยคที่ว่า "ไม่มีประเทศไหนน่าอยู่เท่าบ้านเราจริง ๆ" Cool
 
ป.ล. สำหรับชาวต่างชาติก็ไม่เว้นนะคะ คนญี่ปุ่นจะมีเส้นกั้นระดับความสัมพันธ์เอาไว้ไม่ให้ล้ำไปค่ะ คือ ถึงจะไปอยู่นานแค่ไหน เก่งภาษาญี่ปุ่นแค่ไหน รู้เรื่องของเขามากแค่ไหน ก็ไม่มีได้รับการยอมรับเต็มที่เพราะ "เป็นคนต่างชาติ" ยังไงล่ะคะ
 
ป.ล.2 ถ้าใครแวะมาอ่านอยากให้ร่วมแชร์ความคิดนิดหนึ่งค่ะว่า คิดแบบเดียวกันไหม? พลอยอยากรู้อยากเห็นน่ะค่ะ m(_ _)m
 
ป.ล. 3 อ้อ! ถ้ามีคำถามอะไรลองทิ้งไว้ได้นะคะ พลอยจะไปถามอาจารย์ให้ค่ะ Embarassed
 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่อง ป.ล. 1 นั้น เรื่องจริงเลยค่ะ ว่าการคบกับญี่ปุ่นยากมาก เหมือนกับว่าสนิทกัน แต่ความจริงแล้วไม่ได้สนิทเลย ถึงจะขั้นเยี่ยมเยือนบ้านกันได้ ซื้อของให้เรามากมาย แต่ทำไมรู้สึกไม่ค่อยสนิทก็ไม่รู้ เหมือนมีเส้นอะไรขีดๆอยู่ เข้ายังไงก็เข้าไม่ถึง (ขี้เกียจเข้าด้วย ตามใจแกร...) ไม่รู้เป็นไง เราจะบังเอิญได้เพื่อนเป็นคนญี่ปุ่นแบบไม่ได้ตั้งใจอยู่เรื่อยๆ มีอะไรถูกใจเขาก็ไม่ทราบ แต่สุดท้ายก็อย่างว่า สนิทเหมือนไม่สนิท... sad smile

ที่ญี่ปุ่นไม่มีขอทานจริงๆค่ะ มีแต่พวก homeless

ขอบคุณค่ะ เจอ blog นี้โดยบังเอิญ แต่ได้ความรู้เกี่ยวกับคนญี่ปุ่นเยอะเลย

#3 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2010-11-02 17:09

เคยถามคนที่ไปญี่ปุ่นมาหลาย ๆ คนเหมือนกันว่าบ้านเมืองเค้าเครียดมาก แต่ก้อไม่มีใครตอบได้เคลียร์สักคนว่าเครียดเพราะอะไร บทความนี้ตอบได้ดีมาก ๆ ครับ ขอบคุณครับ

#2 By SuratC (203.156.87.76) on 2010-10-11 12:51

ชอบมากเลยค่ะ พอจะเข้าใจเหตุผลบ้างล่ะ
เคยได้ยินอยู่เรื่องของภาวะความเครียดจนถึงขนาดฆ่าตัวตายของคนญี่ปุ่น
แต่ก็ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเป็นเพราะอะไร
ตอนนี้เก็ทแล้วค่ะ
บางทีเห็นคนญี่ปุ่นจากในหนังหลายๆ เรื่อง
ชาวญี่ปุ่นดูเหมือนจะเป็นบุคคลที่มุ่งมั่นตั้งใจในทุกเรื่อง
และเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังเอามากๆ
(สังเกตจากหนังหรือการ์ตูนหลายๆ เรื่อง ตัวเอกมักจะไม่ย่อท้อ ยังคงคิดว่าความหวังและความฝันรอเค้าอยู่ข้างหน้า แนวๆ นั้นอะค่ะ)
เลยอยากรู้เหมือนกันว่าจริงมั้ย? และเพราะอะไร?
ปล.แถมดาวให้ด้วยค่ะ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! ชอบๆ อิอิ