สวัสดีทุกท่านนะคะ
 
นานๆ ทีจะมีเรื่องดีๆ มาแชร์ลงบล็อก คราวนี้เป็นเรื่องของ "การอ่าน" (読解)ค่ะ
 
ก่อนอื่นเลย ใครเคยสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับ 1 หรือ N1 บ้างคะ?
 
ยากไหมคะ?
 
หลังจากประลองกับข้อสอบระดับนี้มาหลายครั้ง รู้สึกว่ามันโค-ตะ-ระยากเลยค่ะ (ขออภัยที่ไม่สุภาพนะคะ หาคำที่เหมาะกับฟีลลิ่งนี้ไม่เจอ 55)
 
แล้วคะแนนที่ออกมานี่... ขอบอกว่าน่าอนาถมากเลยค่ะ 55 อ่อนที่สุดในทุกพาร์ทที่ทำแล้ว เพราะงั้นตอนนี้ก็เลยมาลงคอร์สเพื่อหาวิชาใส่ตัวอยู่ค่ะ
 
อาจารย์ที่สอนพลอยเป็นอาจารย์ที่เก่งมากๆ ก็เลยอยากแชร์สิ่งที่อาจารย์เกริ่นก่อนเรียนให้ทุกคนฟังค่ะ
 
ปัญหาของการอ่านอยู่ที่ไหน?
คำตอบจากอาจารย์ คือ
1. คำศัพท์ที่รู้ไม่เพียงพอ (語彙が足りない)
2. ความคิดไม่เป็นตรรกะ (論理的思考)
3. วิธีการอ่านและเทคนิคการอ่าน (読み方・テクニック)
 
ในส่วนที่ 2 และ 3 ยังไม่เท่าไร ขอขยายความในข้อที่ 1 นะคะ
 
คำศัพท์ที่รู้ไม่เพียงพอ (語彙が足りない)
 
รู้ไหมคะว่าเด็กญี่ปุ่นอายุ 6 ขวบเนี่ย เขามีคลังคำศัพท์อยู่ประมาณเท่าไร?
.... คำตอบคือ 6,000 คำค่ะ!! (โอย... เราอาจจะแพ้เด็ก 6 ขวบก็ได้นะ ... สิ้นหวัง Orz)
 
อาจารย์อธิบายว่า

"...จากการวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัย ระบุว่าในการที่คนเราจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ฟังข่าวรู้เรื่อง สื่อสารเข้าใจ อ่านหนังสือพิมพ์ได้ จะต้องรู้ศัพท์ประมาณ 2,000-3,000 คำ แต่ในภาษาญี่ปุ่น การที่เราจะสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ ฟังข่าวรู้เรื่อง 80% ขึ้นไป จะต้องมีคลังศัพท์อยู่ในหัวประมาณ 10,000 คำ สำหรับคนญี่ปุ่นเอง ผู้ใหญ่ปกติจะจำศัพท์ได้อยู่ที่ประมาณ 20,000 คำ แต่ถ้าเป็นคำศัพท์เฉพาะทาง จำนวนคำที่รู้ก็จะมากขึ้นไปอีก..."
 
โอ... จำนวนคำเยอะมากกกกกกกกกกกเลยเนอะ Foot in mouth
 
อย่าว่าแต่คนต่างชาติจะลำบากเลย ขนาดคนญี่ปุ่นเองที่น่าจะได้คะแนนดีๆ เพราะเป็นภาษาแม่ของตัวเองก็ยังได้คะแนนไม่เท่ากันเลยค่ะ 
 
เช่น เด็กชายเออาจจะสอบได้ 70 คะแนน ขณะที่เด็กชายบีสอบได้แค่ 40 คะแนน
 
รู้ไหมคะว่าความต่างมาจากไหน?
 
ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ ... คนคนนั้นเติบโตมาแบบไหน ตั้งแต่เกิดมาถูกเลี้ยงดูมาแบบไหน พูดง่ายๆ คือ ตัววัดมันอยู่ที่ "ประสบการณ์" หรือ "แบ็คกราวด์ในชีวิต" ของแต่ละคนค่ะ
 
อย่างเช่น ถ้าหากพ่อแม่ใส่ใจกับการศึกษาของลูกตั้งแต่เล็ก สนใจพูดคุยกับลูก คลังคำศัพท์ของเด็กก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทางกลับกัน ถ้าพ่อแม่มัวแต่ยุ่ง ไม่ค่อยคุยกับลูกเท่าไร คำศัพท์ที่เด็กรู้ก็จะน้อยตามไปด้วยค่ะ 
 
รู้คำศัพท์น้อย = อ่านหนังสือได้ไม่แตกฉานเพราะไม่เข้าใจความหมายของเนื้อหา = ได้คะแนนไม่ดี
 
ในทางกลับกัน ถ้ารู้ศัพท์มาก ก็จะเข้าใจเรื่องที่อ่านมากขึ้น และมีโอกาสทำคะแนนได้ดีขึ้นค่ะ
 
เพราะฉะนั้น การอ่านเป็นเรื่องของการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องค่ะ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา
 
อาจารย์เปรียบเทียบว่า สำหรับวิชาเลข ถ้านักเรียนหมั่นขยันฝึกฝน ไม่นานคะแนนก็จะดีขึ้นตามลำดับค่ะ (กราฟจะเป็นเส้นเฉียงพุ่งขึ้น) เพราะเป็นวิชาที่มีหลักคำนวณตายตัว 
 
แต่สำหรับคะแนนภาษาญี่ปุ่น (国語)จะไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ
ถึงแม้ว่าจะขยันไปสักหนึ่งปีหรือสองปีแล้วก็ตาม คะแนนก็อาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นก็ได้... แต่ความน่าสนใจของมันอยู่ตรงที่ว่า... เวลาคะแนนมันจะเพิ่ม มันจะเพิ่มอย่างพรวดพราดจนน่าตกใจเลยค่ะ 
 
อาจารย์อธิบายว่า... จะทำคะแนนในวิชาภาษาญี่ปุ่น หรือการอ่านนี้ให้ได้คะแนนดี มันต้องเก็บสะสมแต้มไปเรื่อยๆ เหมือนเราเล่นเกมต่อจิ๊กซอร์น่ะค่ะ ถ้าเราต่อจนครบถึงจะเห็นผล
 
ระหว่างการเดินทาง สิ่งที่ทำไว้อาจจะยังไม่เห็นผล แต่ถ้าพยายามจนครบถ้วนกระบวนความเมื่อไร ผลลัพธ์จะออกมาอย่างคุ้มค่ามากๆ เลยค่ะ
 
เพราะฉะนั้น เรามาเพิ่มคลังคำศัพท์ของตัวเองกันเถอะค่ะ
 
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากให้คะแนนการอ่านเพิ่ม สู้ตายค่ะ!!! Surprised

 
ป.ล. ทุกคนมีความคิดเห็นยังไงก็แชร์กันได้นะคะ อยากอ่านน่ะค่ะ แหะๆ Cool

edit @ 14 Jan 2012 23:22:11 by SHizUKu

edit @ 14 Jan 2012 23:22:58 by SHizUKu

Comment

Comment:

Tweet

เสิร์ชหาข้อสอบวัดระดับ N2 อยู่น่ะครับ เลยจับพลัดจับผลูเข้ามาบล็อกนี้ แหะ ๆ ๆ (เสิร์ชไปติดหน้าที่คุณเขียนเรื่องตอนไปสอบ N2 กลับมาไงครับ)

สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก(แค่แวะเข้ามาเอง เรียกว่ารู้จักได้รึเปล่าเนี่ย)

ก็เห็นด้วยกับที่เขียนมานะครับ ว่า คำศัพท์ต้องอ่านเยอะ ๆ สะสมไปเรื่อย ๆ จริง ๆ...

กรณีผม อ่านนิยายเรื่องยาว (ตีพิมพ์ครั้งแรก 10 เล่มจบ แต่ตอนหลังตีพิมพ์ใหม่ แบ่งเป็น 20 เล่มจบ)
ก็เลยได้ศัพท์มาเพียบเลย เหอ ๆ

ตอนนี้ ติว N2 ให้คนรู้จักอยู่ครับ เขาจะไปสอบป. โท ภาควิชาภาษาญี่ปุ่น ที่ ม...(ไม่บอกละกัน) แต่ตัวคนติวน่ะ ไม่เคยสอบสักระดับนะ (เพราะไม่ได้ใช้ในงานหลัก)

โทษทีเขียนไปเขียนมาชักเรื่อยเปื่อย ขอจบเลยละกัน
はじめまして、どうぞ宜しくお願いします。
これからまた来るかもしれないので、その時はお願いしますね。

最後に、やはり、「言語においては経験がものを言う」と信じていますから、たくさん読書するしか近道はないでしょうね。

#5 By pae (161.200.91.195) on 2012-02-16 21:20

ต้องอ่านเยอะๆ ลูกเดียวอะ แล้วเก็บศัพท์เข้าคลังตัวเอง แล้วก็ความรู้รอบตัว ประสบการณ์สะสม ความคิดริเริ่ม และอีกหลายปัจจัย มันก็ยากกกกกกล่ะ แต่ก็ยังชอบอ่านอยู่ดี อิอิ

#4 By wanako_chan on 2012-01-15 18:50

การเรียนเกี่ยวกับภาษานี่ต้องขยันใช้ ขยันเรียนเพิ่มจริงๆ

#3 By Zeon on 2012-01-15 00:23

ต้องอาศัยการสั่งสมอะเนอะ
รู้เพิ่มแล้วที่สำคัญก็ต้องจำของเก่าได้ด้วย เอิ๊กส์

ก็นะ ในเมื่อเรียนมาแล้วก็มีแต่ต้องสู้กันต่อไป
พลอยก็สู้ๆ เน้อ double wink
โอ๊ะ วันนี้เรื่องน่าสนใจมาก เรื่องนี้จะเห็นชัดมากเวลาเราไปอ่านเรื่องเฉพาะทางที่เราไม่รู้จัก เช่น ไม่เคยเล่นไพ่นกกระจอกแต่ดันทะลึ่งไปอ่านการ์ตูนไพ่นกกระจอกแบบจริงจัง (ไม่ใช่ ซากิ นะ 555) จะชัดเจนเลยละ -_-"

#1 By SuratC (58.11.229.233) on 2012-01-14 23:22